คำศัพท์เกี่ยวกับเรื่องเมือง

ลำดับ คำศัพท์ ความหมาย คำนิยาม
1 Urban    เมือง    บริเวณเขตชุมชนซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานหนาแน่น โดยประเทศไทยถือเขตเทศบาลเป็นหลัก
2 Urban form    การก่อตัวของเมือง การกำเนิดเมือง    การกำเนิด ก่อตั้งของเมืองหนึ่ง
3 Urbanization    การกลายเป็นเมือง    อัตราส่วนของประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง ซึ่งสามารถคำนวณโดยการเอาประชากรที่อาศัยอยู่เมืองทั้งหมดหารด้วยประชากรทั้งหมด
4 Urban Growth / Urban expantion    การขยายตัวของเมือง    การขยายตัวตามกายภาพของเมือง
5 Urban sprawl    การขยายตัวของเมือง    การขยายตัวของเมืองอย่างไร้ทิศทางหรือขาดการวางแผนการใช้ที่ดิน
6 Geographical city    เมืองในแง่ภูมิศาสตร์    เมืองตามสภาพความเป็นจริง
7 True-bounded city         เมืองในแง่กฎหมายเท่ากับเมืองในแง่ภูมิศาสตร์
8 Over-bounded city         เมืองในแง่กฎหมายโตกว่าเมืองในแง่ภูมิศาสตร์
9 Under-bounded city         เมืองในแง่ภูมิศาสตร์โตกว่าเมืองในแง่กฏหมาย
10 City System    การศึกษาระบบเมือง    เป็นการศึกษาในฐานะสมาชิกหน่วยหนึ่งของระบบที่ใหญ่กว่า กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เป็นการศึกษาบทบาทเมืองในระดับต่างๆ เช่น ความสำคัญของเมืองซึ่งมีบทบาทหรือในฐานะเป็นสมาชิกของภูมิภาค
11 City as a system    การศึกษาเมืองในฐานะระบบ    เป็นการศึกษาและวิเคราะห์ราย ละเอียดภายในเมือง หรือโครงสร้างภายในเมืองหนึ่งๆ เช่น รูปแบบและประเภทการใช้ที่ดินแบบต่างๆ ราคาหรือมูลค่าที่ดิน กิจกรรมการเคลื่อนไหวภายในเมืองนั้นๆ
12 Hierarchical model    แบบจำลองลำดับศักย์    แบบจำลองการวิเคราะห์เขตอิทธิพลของเมือง
13 Rank- sizec rule    กฏอันดับขนาดของเมือง    ความสัมพันธ์ระหว่างขนาด คือ ขนาดประชากรของเมืองและอันดับที่ของเมืองนั้น เป็นปรากฎการณ์ที่มีจริง
14 Primate city    เอกนคร    เมืองในลำดับที่หนึ่งซึ่งมีขนาดประชากรมากกว่าเมืองอันดับที่สองหลายสิบเท่า เช่น กรุงเทพมหานคร มีประชากรมากกว่าเมืองเชียงใหม่ หลายสิบเท่า เป็นต้น
15 Growth center    เมืองศูนย์กลางความเจริญในภูมิภาค    การพัฒนาเมืองหลักในภูมิภูมิภาค โดยการเพิ่มบทบาทและความเจริญให้เทียบเท่าเมืองหลวง
16 Global city / World City    เมืองโลก    เมืองที่มีบทบาทสำคัญในระดับโลก ปัจจุบันมีอยู่ ๓ แห่ง ได้แก่ นครนิวยอร์ค กรุงลอนดอน และกรุงโตเกียว
17 Megacity         เมืองที่มีประชากรเกินหนึ่งล้านคน
18 Agglomeration    กลุ่มมือง    พื้นที่อันเป็นที่ตั้งของเมืองซึ่งรวมกลุ่มกัน กระจุกตัวกันในบริเวณหนึ่งๆ
19 Ecumenopolis         เขตพื้นที่เมืองในโลกที่ติดต่อกันเป็นผืนเดียวกัน
20 Conurbation         เมืองขนาดใหญ่เกิดจากการขยายตัวของเมืองสองเมืองมาชนเป็นเมืองเดียวกัน มีประชากรเกินหนึ่งล้านคน
21 Counter-urbanisation / Disurbanisation    การถ่วงความเป็นเมือง    ปรากฏการณ์ที่ประชากรละทิ้งเมืองเดิม ย้ายออกไปในเขตชนบทหรือชานเมือง
22 Reurbanisation    การย้ายกลับสู่เมือง    การที่ประชาชนที่ย้ายออกไปกลับเข้าไปอยู่ในเมือง ด้วยนโยบายการฟื้นฟูตัวเมืองเดิมแบบต่างๆ
  ขอบเขตเมือง อิทธิพลเมือง
23 Suburb    ชานเมือง    บริเวณที่มีการตั้งถิ่นฐาน และกิจกรรมเบาบาง ซึ่งอยู่บริเวณขอบนอกที่สุดของเมือง ซึ่งถ้าหากถัดออกไปจะเป็นชนบท
24 Hinterland    พื้นที่แนวหลัง    พื้นที่ที่อิทธิพลของศูนย์หนึ่งมีกำลังแรงกว่าศูนย์อื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมต่อและศูนย์จะถูกจัดเข้ามาในระบบ
25 Satellite town    เมืองบริวาร    ชุมชนที่อยู่ใกล้กับเมืองงใหญ่กว่าตนและแตกต่างานกับชานเมืองตรงเศรษฐกิจ โดยทั่วไปจะเป็นเมืองอุตสาหกรรมประเภทต่างๆและอยู่ในรัศมีที่ติดต่อกับเมืองใหญ่ได้ แต่ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในเขตเจริญรอบนอกติดกับเมืองใหญ่ ที่สำคัญคือมีเศรษฐกิจเป็นกึ่งอิสระจากเมืองใหญ่
26 Rural - Urban fringe    แหล่งเจริญรอบนอกเขตเมือง    บริเวณที่อยู่นอกเขตเมืองออกไป และยังไม่อยู่ในความดูแลของเมือง ซึ่งเป็นแหล่งกลาง กลับขยายตัวรวดเร็วมาก โดยเฉพาะรอบเมืองใหญ่ทั่วไป
  การใช้ที่ดินภายในเมือง
27 Central Business Intensity Index (CBII)         อัตราส่วนของพื้นที่อาคารเพื่อธุรกิจ ต่อ พื้นที่อาคารทั้งหมด
28 Central Business Height Index (CBHI)         อัตราส่วนของพื้นที่อาคารเพื่อธุรกิจ ต่อ พื้นที่ชั้นล่าง
29 Central Business Index (CBI)         Central Business Intensity Index (CBII) + Central Business Height Index (CBHI)
30 Residential Area    พื้นที่พักอาศัย    บริเวณที่อยู่อาศัยของชาวเมืองประเภทที่พัก สามารถแยกตามความหนาแน่น หรือ ตามสภาพสังคมวัฒนธรรมก็ได้
31 Industrial area    พื้นที่อุตสาหกรรม    บริเวณที่มีการตั้งของอุตสาหกรรมภายในเมือง อาจจะเป็นอุตสาหกรรมเบา โกดัง คลังสินค้า หรืออุตสาหกรรมหนัก
  การวางผังเมือง
35 regional planning    แผนภาค    กระบวนการเพื่อแก้ไขปัญหาที่จะมุ่งสู่อนาคต ของขอบเขตของพื้นที่ใดๆ ซึ่งจําแนกขึ้นจากเกณฑ์การพิจารณาเกณฑ์เดียวหรือหลายเกณฑ์รวมกัน โดยแผนภาคนั้นจะเป็นนโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป
36 Comprehensive Plan , Master Plan , General Plan    แผนผังเมืองรวม    แผนผัง นโยบายและโครงการ รวมทั้งมาตรการควบคุมโดยทั่วไป เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดํารงรักษาเมือง และบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบทในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่งการสาธารณูปโภคบริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง
37 Specific plan    ผังเฉพาะ    แผนผัง และโครงการดําเนินการเพื่อพัฒนาหรือดํารงรักษาบริเวณเฉพาะแห่งหรือกิจการที่เกี่ยวข้องในเมือง และบริเวณที่เกี่ยวข้อง หรือชนบท เพื่อประโยชน์แก่การผังเมือง
  ทฤษฎีการใช้ที่ดินภายในเมือง
38 Concentrcit theory    ทฤษฎีวงแหวน    Ernest W Burgess ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก ได้ทำการศึกษาการใช้ที่ดินของเมืองชิคาโก ในปี ค.ศ. 1920 - 1930
39 Central Business District ( CBD )    เขตเศรษฐกิจ    ศูนย์กลางของเมืองทั้งในด้านการค้า สังคม และการคมนาคม
40 Transitional Zone    เขตปรับเปลี่ยน    เขตที่อยู่ถัดจากศูนย์กลางเมืองออกไป เป็นเขตย่านขายส่ง เป็นย่านโกดังและคลังสินค้า หรือบางแห่งเป็นเขตที่มีที่อยู่อาศัยที่ทรุดโทรม โดยทั่วไปแล้วผู้เพิ่งที่อพยพเข้าเมืองมักจะอาศัยอยู่ในเขตนี้
41 Zone of Independent working's home    เขตอาศัยของคนงาน    อยู่ถัดออกจากเขตปรับเปลี่ยน เป็นเขตที่อยู่อาศัยของคนงาน
42 Zone of better resident    เขตที่อยู่อาศัยชั้นดี    อยู่ถัดออกจากเขตของคนงาน มักเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นกลาง
43 Commuter's Zone    เขตสัญจรเช้าเย็น    เป็นเขตที่อยู่นอกเขตเมืองออกไปตามเส้นทางการจราจร ซึ่งเป็นเขตที่อยู่อาศัยของผู้ที่ทำงานภายในเมืองโดยอาศัยขนส่งมวลชน และรถยนต์ส่วนบุคคล
44 Sector theory    ทฤษฎีรูปเสี้ยวหรือลิ่ม    Homer Hoyt ได้ศึกษาการใช้ที่ดินของเมืองต่างๆ พบว่าเขตที่อยู่อาศัยจะจัดรูปแบบเป็นลักษณะเสี้ยวแบบรูปพัดออกจากจุดศูนย์กลางตามถนนสายสำคัญๆ
45 Multiple Nuclei theory    ทฤษฎีหลายศูนย์กลาง    โชนซี แฮร์ริส และ เอดเวิร์ด อัลล์มาน รวมรวมเอาแนวคิดชองเบอร์เจสและฮอยต์เข้าด้วยกัน โดยเสนอว่าเมืองหลายแห่งๆมีจุดศูนย์กลางความเจริญหลายแหล่ง ไม่ได้มีแค่จุดศูนย์กลางเดียว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>