โมเดลการดูแลสุขภาพในเขตเมือง : ชุมชน-โรงเรียนรอบพื้นที่โรงกลั่น


วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561 เวลา 13.00 – 16:30 น.

         ศูนย์ศึกษามหานครและเมืองได้จัดเวที Panel of urban expert เรื่อง โมเดลการดูแลสุขภาพในเขตเมือง : ชุมชน-โรงเรียนรอบพื้นที่โรงกลั่น วิทยากรโดย คุณชัยชนะ หะริณธนาวุฒิ ที่ปรึกษาศูนย์สุขภาพและการเรียนรู้เครือไทยออยล์เพื่อชุมชน ผู้มีประสบการณ์การทำงานขับเคลื่อน และการทำงานด้านสุขภาพกับชุมชน ในวันที่ 18 มกราคม 2561 ณ อาคารพร้อมพันธ์ กทม.

         คุณชัยชนะบรรยายให้เห็นภาพว่า พื้นที่รอบโรงกลั่นเครือไทยออยล์ ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา เป็นหนึ่งเขตพื้นที่รอบอุตสาหกรรม ที่ปัจจุบันครือข่ายไทยออยล์ให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมดูแลชุมชนรอบโรงกลั่น สร้างศูนย์สุขภาพและการเรียนรู้เครือไทยออยล์เพื่อชุมชน เป็นศูนย์กลางการบูรณาการชุมชนในด้านต่างๆ ให้บริการทันตกรรมแก่นักเรียนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง สร้างเสริมสุขภาวะเชิงรุก กิจกรรมแอโรบิก และออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ห้องสมุดและศูนย์การเรียน รองรับการใช้บริการของคนในพื้นที่กว่า 15,000 คน สิ่งที่น่าสนใจของการทำงานดูแลพื้นที่เขตเมืองรอบโรงกลั่นนั้น คือ กลไกและระบบในการทำงาน โดยไทยออยล์ซึ่งมีภารกิจการรับผิดชอบสังคมนั้นได้เป็นตัวกลางดึงหน่วยงานในพื้นที่และนอกพื้นที่ ทั้งโรงพยาบาล เทศบาล สถาบันการศึกษา หน่วยงานภายนอก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานพัฒนาพื้นที่ เกิดเป็นโมเดลการดูแลสุขภาพในเขตเมืองที่น่าสนใจ มีผลงานเป็นรูปธรรม สุขภาวะของคนในพื้นที่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เป็นอีกหนึ่งโมเดลการดูแลสุขภาพที่จะเป็นตัวอย่างการทำงานได้

นคราภิวัตน์กับการปฏิรูปการเมือง


วันที่ 31ตุลาคม 2560 ณ ห้อง 103 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

         ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ให้เกียรติปาถกฐานำเรื่อง "นคราภิวัตน์กับการปฏิรูปการเมือง" ในงานเสวนา "เมือง กิน คน" นคราภิวัตน์ การพัฒนาเมือง และสุขภาวะของคนเมืองใหญ่ ศ.ดร.เอนก ให้ภาพความเปลี่ยนแปลงโลกและของประเทศไทยว่า ณ ขณะนี้เข้าสู่สถานการณ์ที่เรียกว่า "นคราภิวัตน์" แล้ว กล่าวคือหลายพื้นที่ของไทยเป็นเมืองเกือบหมดแล้ว ชนบทที่เข้าใจก็ไม่ใช่ชนบทแบบสมัยก่อน แต่เป็นชนบทที่ปรับตัวเข้าสู่ความเป็นเมือง การพัฒนาเมืองของไทยที่ผ่านมาเกิดจากการปรับตัวของผู้คน ภาคเอกชน มากกว่าเกิดภาครัฐ ในขณะที่ประเทศไทยเมืองเริ่มมีมากขึ้น และแต่ละเรื่องมีศักยภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ระบบการปกครองกลับไม่ปรับตัวตาม และยังคงบริหารโดยใช้กรม กระทรวง ส่วนกลางเป็นหลักอยู่

         การปฏิรูปการเมืองนั้น ศ.ดร.เอนก มองว่า ควรให้เมืองกลายเป็นหน่วยหนักของการพัฒนาประเทศ ให้บทบาทท้องถิ่นมีอำนาจในการบริหารดูแลเมืองให้มากขึ้น และที่สำคัญควรสนับสนุนให้เกิดผู้สร้างบ้านแปงเมือง ให้คนรักและภูมิใจในเมือง เป็นเมืองนิยมขึ้นมา ร่วมด้วยช่วยกันในการพัฒนาเมืองต่อไป
 

การสร้างทุนทางวัฒนธรรมชุมชนให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจของเมือง


วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เวลา 13.00 – 16:30 น.

         ศูนย์ศึกษามหานครและเมืองได้จัดเวที Panel of urban expert เรื่อง การสร้างทุนทางวัฒนธรรมชุมชนให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจของเมือง โดย อ.ธนภณ วัฒนกุล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ปัจจุบันเป็นนักวิจัยหลักในการทำงานขับเคลื่อนวัฒนธรรมชุมชนในโครงการวิจัยและพัฒนาพื้นที่ทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชน ผ่านกลไกความร่วมมือของภาคประชาสังคม ศิลปินหรือชุมชน และสถาบันการศึกษา ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

         โครงการดังกล่าว อ.ธนภณ ได้เลือกพื้นที่ขับเคลื่อนวัฒนธรรมชุมชนไว้ 5 ภูมิภาค 6 พื้นที่ ได้แก่ 1) ชุมชนวิถีไทลื้อ อ.เชียงคำ จ.พะเยา 2) ชุมชนไทยอง เวียงท่ากาน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ 3) ชุมชนผ้าทอมือย้อมครามและสีธรรมชาติ จ.สกลนคร 4) ชุมชนดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน จ.กาญจนบุรี 5) ชุมชนกับการค้าผลิตภัณฑ์เชิงวัฒนธรรม อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และ 6) พื้นที่ทางวัฒนธรรมชุมชน กลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เส้นทางถนนหน้าพระลาน - มหาราช - พระจันทร์ - พระอาทิตย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป้าหมายหลักของโครงการวิจัย คือ การรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมชุมชนให้เกิดความยั่งยืน พร้อมทั้งใช้วัฒนธรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความอยู่ดีกินดีให้กับชุมชนควบคู่กันไปด้วย

ประชาสังคม ในมุมมองตะวันออก


วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 ณ อาคารพร้อมพันธ์ ลาดพร้าว กทม.

         แผนงาน นพม. จัดเวที Panel of urban expert เรื่อง ประชาสังคมจากมุมมองตะวันออก โดยวิทยากรรับได้เกียรติจาก ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อธิการวิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับ ประชาสังคม ในมุมมองตะวันตก และสนใจเรื่องประชาสังคมายาวนาน ศ.ดร.เอนก ชี้ว่า ประชาสังคม หรือกลุ่ม ถูกนิยามโดยตะวันตก แต่ไม่ได้หมายความว่า ฝั่งตะวันออก จะไม่มีประชาสังคมหรือความเป็นกลุ่มที่ทำอะไรเพื่อสังคม แต่เพียงแค่ไม่ได้เรียกว่าประชาสังคม ท่่านได้อธิบายให้เห้นว่าฝั่งตะวันออกมีประชาสังคม โดยยกทั้งแนวคิดของขงจื้อ ของพุทธ ของมุสลิม และสุดท้ายของกลุ่มมอร์ม่อน หนึ่งในนิกายของคริสต์ ที่ดูเป็นทางตะวันตก และวิธีคิดและการรวมกลุ่ม มีลักษณะที่เป็นแบบตะวันออกอย่างยิ่ง ซึ่งแนวคิดเรื่องกลุ่มของตะวันออกเองน่าสนใจไม่แพ้ตะวันตก และมีความใกล้เคียงกับลักษณประชาสังคมแบบไทยมากกว่า โดยการบรรยายครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแนวคิดฝั่งตะวันออก ซึ่งจะต้องศึกษาให้ลึกกว่าเดิม รายละเอียดเนื้อหาครั้งนี้ ติดตามได้ในรูปเล่มเร็วๆ นี้

การกลายเป็นเมืองในชนบทไทย : ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ


วันที่ 9 มกราคม 2559 ณ โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่

         แผนงาน นพม. จัดเวที Panel of urban expert เรื่อง การกลายเป็นเมืองในชนบทไทย : ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ โดย ศ.ดร. อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้บรรยายเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงในสังคมชนบท อันเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ส่วนใหญ่ของประเทศ ได้ส่งผลกระทบออกไปในวงกว้าง โดยเริ่มจากการก้าวมาเป็นสังคมผู้ประกอบการที่มีการอาชีพเฉพาะแยกส่วนในกระบวนการผลิต ที่ต้องอาศัยระยะเวลายาวนาน ได้ส่งผลต่อทัศนะคติการดำรงชีวิตของคนในสังคมอย่างมาก โดยการก้าวไปเป็นสังคมผู้ประกอบการนั้น ต้องอาศัยแรงผลักดันจากรัฐทั้งในทางเศรษฐกิจ การศึกษา และการกระจายอำนาจ เพื่อให้เป็นสังคมผู้ประกอบการบนพื้นฐานทรัพยากรท้องถิ่นที่มีศักยภาพ นอกจากนี้แล้วการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมในชนบท เป็นแรงผลักดันให้เกิดคนที่อยู่ในเศรษฐกิจนอกระบบ เข้ามาในเมือง ผู้คนเหล่านี้เป็นคนหล่อเลี้ยงเมืองที่สำคัญ อันทำให้เมืองดำรงรอดอยู่ได้ การก้าวเข้ามาในเมืองของบุคคลดังกล่าวก่อให้เกิดปรากฏการณ์การต่อสู้เรื่องนิยามเมือง การแย้งชิงพื้นที่ของเมือง เพื่อแสดงอัตลักษณ์การมีตัวตนในเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้เป็นโจทย์สำคัญในการพัฒนาเมืองในปัจจุบัน ที่ภาคประชาสังคมในแต่ละเมืองจะผสาน ดึงผู้คนชนชั้นกลางและคนที่อยู่ในเศรษฐกิจนอกระบบ อย่างไรเพื่อให้เมืองของตนเป็นเมืองที่น่าอยู่ และเป็นเมืองของทุกคน
 

เมืองจันทบุรี : ต้นแบบสร้างเศรษฐกิจชุมชนด้วยกิจการเพื่อสังคม


วันที่ 9 มกราคม 2559 ณ โรงแรมอิมพิเรียล แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่

         การพัฒนาเมืองในเชิงอนุรักษ์เป็นแนวคิดใหม่ที่หลายเมืองสนใจ หนึ่งเมืองที่มีรูปแบบการบริหารและพัฒนาเมืองที่น่าสนใจในช่วงที่ผ่านมา คือ ชุมชนริมน้ำจันทบูร ซึ่ง อาจารย์ธิป ศรีสกุลไชยรัก อาจารย์สถาปัตยกรรม จากสถาบันอาศรมศิลป์ ได้อธิบายให้เห็นถึงทางเลือกใหม่ในการพัฒนาเมืองเชิงอนุรักษ์ คือ การอนุรักษ์อย่างมีส่วนร่วมด้วยแนวคิดกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ชุมชนริมน้ำจันทบูร ได้จุดประกายให้เกิดความตระหนักเรื่องการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของชุมชนในการมีส่วนร่วม ได้มาร่วมกันถือหุ้น ร่วมเป็นเจ้าของ และให้ช่วยกันดูแลกันเองจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่มีรูปแบบที่พอเหมาะลงตัวกับวิถีชุมชน สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน พร้อมทั้งสามารถอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน ได้อีกด้วย

         แม้ว่าการทำงานอนุรักษ์ที่ชุมชนริมน้ำจันทบูรอาจมีข้อผิดพลาดหรือมีอุปสรรค และปัญหาเกิดขึ้น แต่อย่างน้อยการอนุรักษ์ที่ชุมชนริมน้ำจันทบูรด้วยแนวคิดกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) จะเป็นทางเลือกหรือต้นแบบที่ดี ของการอนุรักษ์ที่ให้ชุมชนเป็นหลักในการดำเนินงานให้แก่ชุมชนเก่าที่อื่นได้ และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเคลื่อนไหว และดูแลอนุรักษ์ชุมชนเก่าที่มีอยู่ทั่วประเทศไทยได้ ซึ่งไม่ใช่เพื่อให้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเท่านั้น แต่เพื่อให้คนในสังคมและประเทศเห็นว่า เราสามารถดูแลมรดกทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับการเดินไปข้างหน้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้นของโลกใบนี้ได้
 

เมืองสะเดา: บทเรียนจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ


วันที่ 7 ธันวาคม 2558 ณ อาคารพร้อมพันธ์ุ 1 ลาดพร้าว จตุจักร กทม.

         แผนงาน นพม. จัดเวที Panel of urban expert เรื่อง เมืองสะเดา: บทเรียนจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดย อ.ปาริชาติ อ่อนทิมวงศ์ นักวิชาการอิสระ ได้บรรยายเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเป็นโครงการจากรัฐส่วนกลางภายใต้แนวคิดการกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่นในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน หนึ่งในนั้นคือบริเวณด่านศุลกากรสะเดา ซึ่งชุมชนชายแดนสะเดาส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากจังหวัดอื่นและเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน ผลจากความแออัดจึงทำให้ชุมชนเริ่มเสื่อมโทรม โครงสร้างพื้นฐานมีปัญหาเกือบทุกด้าน อีกทั้งชุมชนมิได้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการนำเข้า-ส่งออกเท่าใดนัก ทำให้ชุมชนต้องอาศัยรายได้จากการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเป็นหลัก นอกจากนี้ ปัญหานิคมอุตสาหกรรมจากการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่ากังวลอีกด้วย
 

อำนาจเจริญ : ผังอนุภาค ผังชีวิตผังตำบล ผังพัฒนาเมือง


วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 ณ อาคารพร้อมพันธ์ 1 ลาดพร้าว จตุจักร กทม.

         แผนงาน นพม. จัดเวที Panel of urban expert เรื่อง ผังอนุภาค ผังชีวิตผังตำบล ผังพัฒนาเมือง โดย ผศ.ดร.สักรินทร์ แซ่ภู่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมือง และนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้บรรยายเรื่องการวางแผนผังการพัฒาเมืองอำนาจเจริญ

         โดยมีหลักสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งในการวางผังการพัฒนาเมืองอำนาจเจริญเจริญนั้นได้แบ่งการศึกษาเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ผังอนุภาค ผังชีวิตผังตำบล และพัฒนาเมือง โดยผังอนุภาคนั้นเป็นการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค์ (SWOT Analysis) ที่เน้นการพัฒนาโดยใช้โอกาสจากการพัฒนาเส้นทาง Sub-Corridor ที่เชื่อมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงทำผังอนุภาคออกมา ประกอบไปด้วยผังทางเลือกอีก 3 ผัง ได้แก่ ผังแปรรูปอุตสาหกรรมเกษตรและพลังงาน ผังนิเวศสามลุ่มน้ำและแหล่งอาหารปลอดภัย และผังการค้าชายแดน การท่องเที่ยวสามเหลี่ยมวัฒนธรรม ต่อไปคือ ผังตำบล ผังชีวิต ที่หนุนเสริมพื้นที่รูปธรรม การออกแบบระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการสู่เมืองธรรมเกษตร นั้นเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยใช้คนในชุมชนสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้ สุดท้ายคือผังพัฒนาเมือง ที่เน้นการวางผังแบบบูรณาการ เพื่อรองรับการเจริญเติบโต การขยายตัว และปัญหาที่จะเกิดขึ้นของเมืองในอนาคต

เมืองเบตง : แสงสว่างปลายอุโมงค์


วันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2558 ณ เทศบาลเมืองเบตง

         แผนงาน นพม. นำทีมโดย ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกำกับทิศทางของแผนงาน นพม. เข้าศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนร่วมกับเทศบาลเมืองเบตง นำทีมโดย นายซาบรี แดเมาะ รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง โดยท่านรองนายกให้ภาพของเมืองเบตงเปรียบเสมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์ เนื่องจากเป็นเมืองเบตงเป็นเมืองโดดเดี่ยว กลางหุบเขา ต้องเดินทางข้ามผ่านภูเขา ทางที่คดเคี้ยว กว่าจะถึงที่หมาย ซึ่งเมืองเบตงเป็นแสงสว่างเล็กๆ ของนักเดินทางที่ต้องผ่านความมืดมิดตลอดทาง

         ท่านรองนายก ยังให้ข้อมูลอย่างหลากหลายมิติของเมืองเบตง โดยเฉพาะมิติด้านประวัติศาสตร์ของผู้คนในเมืองเบตง ที่ประกอบด้วยหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา ไม่ว่าจะเป็น ชาวไทยเชื้อสายจีนซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่ควบคุมเศรษฐกิจ ชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิม นอกจากนี้ยังได้อธิบายให้เห็นอนาคตการพัฒนาเมืองเบตง ซึ่งให้ความสำคัญการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนสร้างสนามบินนานาชาติเบตง และแผนการพัฒนาท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดเด่นของเมืองเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจด้วย

ทางออกในการพัฒนาเมืองของไทยในอนาคต : อุปสรรคอันยิ่งใหญ่ทางนโยบาย และกลไกที่ต้องก้าวข้าม

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2558 ณ โรงแรมรามิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ กทม.

         แผนงาน นพม. ได้จัดประชุมคณะกรรมการกำกับทิศทางงวดที่ 2 (ตุลาคม 2557 - มีนาคม 2558) ในวันดังกล่าว ได้เรียนเชิญ ศาสตราจารย์กิตติคุณเดชา บุญค้ำ ศิลปินแห่งชาติ สาขาภูมิสถาปัตย์ ปัจจุบันเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษานโยบาย กฎหมาย และโครงสร้างหน่วยงานการตั้งถิ่นฐานและการผังเมือง วุฒิสภา ผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองมายาวนาน ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรบรรยาย เรื่อง ทางออกในการพัฒนาเมืองของไทยในอนาคต : อุปสรรคอันยิ่งใหญ่ทางนโยบาย และกลไกที่ต้องก้าวข้าม โดยได้บรรยายถความผิดพลาดในการตั้งถิ่นฐานของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาโลกร้อน และกำลังจะเผชิญปัญหาน้ำท่วมอย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่งพื้นที่น้ำท่วมนั้น มักเป็นที่ตั้งของเมืองใหญ่ ทั้งกทม. พื้นที่ภาคกลาง ทั้งนี้สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากเป็นความล้มเหลวของการทำแผนระยะยาวเกี่ยวกับการวางผังเมืองไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนมองข้าม แต่กลายเป็นว่ากรุงเทพอีก 50 ปีข้างหน้า อาจจะจมอยู่ภายใต้แม่น้ำ ซึ่งปัจจุบันทิศทางการเติบโตของกรุงเทพกลับเติบโตไปเรื่อยๆ โดยที่ความจริง ต้องหยุดการเติบโต และเริ่ม "การสร้างเมืองใหม่" ที่เป็นพื้นที่ที่เหมาะสม ซึ่งอาจารย์ได้มีข้อเสนอนโยบายที่น่าสนใจ เช่น ควรมีธรรมนูญผังเมืองเพื่อกำกับกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับการวางแผนและการพัฒนาเชิงทุกพื้นที่ของประเทศ และข้อเสนอที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งเป็นการบรรยายที่ได้ความรู้และได้ข้อเสนอ ทางออก ที่น่าสนใจต่อการพัฒนาเมืองในไทยอย่างยิ่ง
 

ทุนทางสังคมกับการพัฒนาเมือง

วันจันทร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2558 ณ โรงแรมรามากาเด้นท์ หลักสี่ กทม.

         แผนงาน พนม. จัดเวทีวิชาการ เรื่อง "ทุนทางสังคมกับการพัฒนาเมือง" โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.อานันท์ กาญจนพันธ์ุ อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับแนวคิด "ทุนทางสังคม" (Social capital) คนสำคัญของไทย มาเป็นวิทยากร ให้ความรู้แก่ นักวิจัยและทีมงานของแผนงาน พนม. เพื่อนำแนวคิดทุนทางสังคมนี้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเด็นการพัฒนาเมืองอย่างถูกต้องและมีทิศทาง

         ศ.ดร.อานันท์ ได้อธิบายให้เห็นตั้งแต่จุดเริ่มต้นและนักคิดของแนวคิดทุนทางสังคม ซึ่งทุนทางสังคมได้แบ่งเป็น 2 กระแส คือ 1. แนวคิดทุนทางสังคมในลักษณะของการต่อรอง และ 2 แนวคิดทุนทางสังคมแบบชุมชนนิยม (กระแสหลัก) ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ร่วมกับการพัฒนาเมืองแล้วนั้น ศ.ดร.อานันท์เห็นว่า ทุนทางสังคมของการพัฒนาเมืองนั้น เมืองมีผู้คนหลากหลายรูปแบบ ซึ่งผู้คน กลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะกลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่ จะดำเนินการสร้างพื้นที่ "ต่อรอง" "เรียกร้อง" "ถกเถียง" สิ่งนี้เป็นทุนทางสังคม และที่สำคัญ รัฐต้องเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่ม มี "พื้นที่สาธารณะ" (public space) ในการเรียกร้องหรือถกเถียง ทุกเมืองต้องมีการถกเถียง หากเมื่อใดไม่มีการถกเถียงเมืองนั้นจะไม่พัฒนา.....
 

นวัตกรรมการพัฒนาเมืองขอนแก่น

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน 2558 ณ เทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

        ขอนแก่นวันนี้รถติดมาก เทศบาลฯ จึงต้องพยายามหาวิธี ซึ่งล่าสุดได้เชิญตัวแทนหลักทรัพย์ เพื่อดำเนินการเรื่องกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจังหวัดขอนแก่น และไม่นานมานี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคมมาเยือน และเสนอให้เปลี่ยนชื่อเป็น "ขอนแก่น อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์" เดืมที่ใช้ชื่อกองทุนโครงสร้างพื้นฐานจังหวัด (Provincial infrastructure Fund หรือ PIF ) เป็นกองทุนรวมที่ทำโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งสร้างกระแสตื่นตัวคนในเมืองขอนแก่น เห็นได้จากบางท่านเตรียมตัวเพื่อจองกองทุน 5 ล้านบาท บางท่านเป็นของครูอาจารย์ เตรียมเงินไว้หนึ่งแสนถึงสองแสนบาท เพราะความรู้สึกสำนึกรักท้องถิ่น เพราะเมื่อฝากโครงการหรือความหวังกับรัฐบาลตนเองไม่ได้ ก็ลุกขึ้นมาทำด้วยตนเองดีกว่า

         คุณธีระศักดิ์ ทีฆายุพันธ์ ท่านนายกเทศบาลนครขอนแก่น ได้อธิบาย นวัตกรรมการพัฒนาเมืองขอนแก่น ได้อย่างน่าสนใจ ในวันที่ แผนงาน นพม. เดินทางไปแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เทศบาลนครขอนแก่น

แนวคิดและมุมมองต่อการพัฒนาเมืองต่างๆ ของไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มกราคม 2558 ณ อาคารพร้อมพันธ์ 1 ลาดพร้าว จตุจักร กทม.

        "แผนงาน นพม. จัดเวที Panel of urban expert เรื่อง แนวคิดและมุมมองต่อการพัฒนาเมืองต่างๆ ของไทย โดย ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อธิบายวิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้มาให้แนวคิดและมุมมองต่อการพัฒนาเมือง ต่อเนื่องจากเวทีครั้งที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ ศ.ดร.เอนก ยังย้ำและชี้ให้เราเห็นว่า การพัฒนาเมืองของไทย ได้นำหลักคิดจากตะวันตกมาตลอด โดยที่หากศึกษาเมืองแบบตะวันออก จะทำให้เมืองในไทย ได้เห็นความใกล้เคียงและเปลี่ยนมุมมองในการทำงานเรื่องเมืองได้

         ศ.ดร. เอนก มองว่า หลักคิดของคำว่า เมือง จริงๆ แล้ว ไม่ได้มาจาก town หรือ city แบบที่เราเข้าใจกัน แต่คำว่า "เมือง" มาจากคำว่า "เมิง" ซึ่งเป็นภาษาไทย และมองว่า เมือง เช่นนี้ สมัยเมื่อก่อนไม่ได้อยู่ตรงข้ามกับชนบท แต่สิ่งตรงข้ามเมืองคือ ป่า ซึ่งความเป็นเมืองมีความใกล้ชิดเกื้อกูลกับชนบทอย่างแยกออกจากกันไม่ได้ หลายสิ่งเกิดจากเมือง แล้วไปเกื้อถึงชนบท เช่น ศาสนา เป็นต้น ซึ่งหากเรามองเมืองเช่นนี้ จะช่วยลดอคติของการเกิดของเมืองลงได้ และที่สำคัญ เราควรศึกษาความเป็นเมืองในตะวันออก ตามเมืองสำคัญ เพราะหลายเมือง ก็มีการจัดการ และความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชาติตะวันตก และน่าจะช่วยเทียบเคียงให้กับการพัฒนาในไทยได้

ชีวิตประจำวัน : ความหมาย คุณค่า ย่านชุมชนเก่า

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม 2558 ณ ห้องประชุม อาคารพร้อมพันธุ์

        "แผนงานนโยบายสาธารณะเพื่อการพัฒนาอนาคตของเมือง ได้จัดเวทีประชุมวิชาการในหัวข้อ "ชีวิตประจำวัน : ความหมาย คุณค่า ย่านชุมชนเก่า" โดย อ.ปูรณ์ ขวัญสุวรรณ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งอยู่ในกลุ่มสถาปนิกที่ให้ความสนใจในการอนุรักษ์ย่านชุมชนเก่า มีพื้นทีการทำงานที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก โดยฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดเรื่องเมือง ในหนังสือ everyday urbanism ที่ให้อธิบายถึงแนวคิด การมีเมืองเกิดขึ้น คนพยายามดิ้นรน จัดการพื้นที่ด้วยตัวของตัวเอง อาจต้องไปเบียดกับพื้นที่สาธารณะ เกิดแผงลอย เพื่อทำประโยชน์ให้อยู่รอดได้ในเมือง หรือร้านค้าในย่านชุมชนเก่าที่ยังคงดำเนินอยู่ให้กับผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมือง เพื่อตอบสนองให้คนในย่านนั้นจับจ่ายซื้อของได้ ซึ่งในปัจจุบันเราพยายามจะไล่รื้อพื้นที่แผงลอย หรือความเป็นเมืองเกิดทำให้ร้านค้าเก่าๆ หายไป ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นส่วนหนึ่งของเมือง มีความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในเมือง เป็น Function ที่ตอบสนองคนในพื้นที่อยู่่แล้ว ซึ่งทำให้ย่านนั้น(ชุมชน) มีชีวิต แต่ทั้งนี้ร้านค้าแผงลอยก็ควรอยู่ภายใต้การจัดการ อย่างเช่นที่ประเทศสิงคโปร์ทำ ซึ่งเป็นแนวคิดที่จะชี้ให้เห็นว่า เพราะอะไรถึงควรมีการอนุรักษ์ย่านชุมชนเก่าเกิดขึ้น เพราะมันมีความหมาย มีคุณค่า ที่ตอบสนองคนในพื้นที่ได้
   

Urbanization ของนครนนทบุรี


วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2557 ณ ห้องประชุม อาคารพร้อมพันธุ์

        "แผนงานนโยบายสาธารณะเพื่อการพัฒนาอนาคตของเมือง ได้จัดเวทีประชุมวิชาการในหัวข้อ "Urbanization ของนครนนทบุรี" โดย ดร.ณัฐวุฒิ อัศวโกวิทวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยบูรณาการภาพพื้นที่และสังคม มหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งมีประสบการณ์ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูเมือง การวางผังที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย อธิบายให้พวกเราได้เห็นถึงแนวคิดกระบวนการการขยายตัวสู่ความเป็นเมือง นำสู่ความเป็นเมืองของจังหวัดนนทบุรี ที่วันนี้มีความใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานครจนแทบไม่สามารถแยกออกได้ ทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจในด้านการเกษตรที่ลดลงจากเดิมมาก โครงการประชากรที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เป็นที่ตั้งรวมศูนย์ราชการ อีกทั้งได้วิเคราะห์ให้เห็นถึงแนวโน้มการพัฒนาของจังหวัดนนทบุรีในอนาคต เรื่องทีความหนาแน่นของที่อยู่อาศัย การสร้างคมนาคม สร้างรถไฟเชื่อมกรุงเทพกับจังหวัดนนทบุรี และนำเสนอข้อเสนอสำหรับจังหวัดนนทบุรี ในเรื่องระดับนโยบาย ระดับพื้นที่ ข้อเสนอเชิงกลไก สนับสนุนให้เกิด พ.ร.บ. การพัฒนาเมือง"
Urbanization ของนครนนทบุรี Urbanization ของนครนนทบุรี

Urbanization ของนครขอนแก่นในปัจจุบัน และอนาคต


วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม 2557 ณ ห้องประชุม CPWI

        "แผนงานนโยบายสาธารณะเพื่อการพัฒนาอนาคตของเมือง ได้จัดเวทีประชุมวิชาการในหัวข้อ "Urbanization ของนครขอนแก่นในปัจจุบัน และอนาคต" โดย ดร.สักรินทร์ แซ่ภู่ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมือง และนฤมิตย์ศิลป์ ม. มหาสารคาม ซึ่งมีประสบการณ์ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูเมือง การจัดการมรดกทางวัฒนธรรมผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่น โดยพูดถึง การพัฒนาเมืองของนครขอนแก่นในปัจจุบันที่เติบโตมีความเป็นเมืองสูง เนื่องจากการเกิดขึ้นของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปแบบการอยู่อาศัยของประชากร การใช้ที่ดิน เป็นต้น อีกทั้งได้กล่าวถึงปัญหา อุปสรรค และโอกาสที่ส่งผลถึงการพัฒนาเมืองขอนแก่น รวมไปถึงทิศทางและแผนการพัฒนาอนาคตของนครขอนแก่นอีกด้วย "
Urbanization ของนครขอนแก่นในปัจจุบัน และอนาคต Urbanization ของนครขอนแก่นในปัจจุบัน และอนาคต Urbanization ของนครขอนแก่นในปัจจุบัน และอนาคต

การพัฒนาเมืองยะลา: สิงคโปร์แห่งที่ 2


วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน 2557 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ หลักสี่ กรุงเทพมหานคร

        "เทศบาลมีชุมชนทั้งหมด 40 ชุมชน 10 ปีที่ผมเป็นนายก ผมไม่เคยสั่งว่าคุณควรจะทำอะไร เราค่อนข้างให้อิสระชุมชนมากในการบริหาร และเมื่อผมกระจายอำนาจให้ชุมชน ผมเชื่อว่าชุมชนเค้าจะทำได้ดี" "สิ่งทีผมอยากจะมองไปข้างหน้า คือ ผมอยากจะสร้างสันติสุข สร้างความสมานฉันท์ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะต้องรีบทำ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมทำมาตลอด คือ การสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของเมืองยะลา เมื่อใดที่เค้ารู้สึกเป็นเจ้าของ เมื่อนั่นการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองยะลาจะเป็นไปได้อย่างดีแน่นอน" คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ ท่านนายกเทศบาลนครยะลา ได้นำเสนอในหัวข้อ "ประสบการณ์และความก้าวหน้าการบริหารและขับเคลื่อนอนาคตของเทศบาลนครยะลา" ได้อย่างน่าสนใจ ใน "การประชุมคณะกรรมการกำกับทิศทาง ครั้งที่ 1/2557"
ถอดความและเรียบเรียง การพัฒนาเมืองยะลา: สิงคโปร์แห่งที่ 2 Powerpoint การพัฒนาเมืองยะลา: สิงคโปร์แห่งที่ 2

ประสบการณ์การทำงานและการอนุรักษ์เมืองของไทยแต่ละภาค

ประสบการณ์การอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองต่างๆของไทย


วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 2557 ณ ห้องประชุม CPWI

        "ผศ.ดร.ยงธนิศร์ พิมลเสถียร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีประสบการณ์ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เช่น เมืองภูเก็ต เยาวราช เป็นต้น โดยพูดถึงแนวคิดการอนุรักษ์/ฟื้นฟูเมือง ตลอดจนวิธีการการฟื้นฟูเมืองในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้แนวคิดหลักของอาจารย์คือการเน้นให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูเมือง อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป "
ประสบการณ์การอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองต่างๆของไทย Powerpoint ประสบการณ์การอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองต่างๆของไทย ประสบการณ์การอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองต่างๆของไทย1 ประสบการณ์การอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองต่างๆของไทย2 ประสบการณ์การอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองต่างๆของไทย3 ประสบการณ์การอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองต่างๆของไทย4

การบริหารจัดการน้ำในเขตเมืองเพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัย

การบริหารจัดการน้ำในเขตเมืองเพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัย


วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2557 ณ ห้องประชุม CPWI

        "คุณทนงศักดิ์ วิกุล อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ ได้ชี้ให้เห็นแง่มุมของปัญหาอุทกภัยเมื่อปลายปี พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้างส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศตลอดจนการดำรงชีวิตและการอยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งประเทศไทยนั้นมีแนวโน้มต้องเผชิญปัญหาอุทกภัยต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อันเป็นผลกระทบจากปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศของโลก เช่น ปรากฏการณ์เอลนินโญ ลานินญา จึงทำให้ตระหนักว่าอุทกภัยเป็นภัยพิบัติที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่การเกิดขึ้นนั้นได้สร้างความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อเนื่อง ดังนั้น การบริหารจัดการน้ำในเขตเมืองจึงเป็นสิ่งที่ควรตระหนัก ตลอดจนปัญหาเรื่องการรุกล้ำคูคลองโดยอาคารสิ่งปลูกสร้าง ทำให้การระบายน้ำเป็นไปโดยไม่เต็มศักยภาพ จึงเป็นปัญหาของกรุงเทพฯและปริมณฑลทำให้อุทกภัยในพื้นที่ดังกล่าวรุนแรง"

การบริหารจัดการน้ำในเขตเมืองเพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัย การรุกล้ำคูคลองในกรุงเทพฯและปริมณฑล การหาพื้นที่เหมาะสมจัดทำพื้นที่อยู่อาศัยรองรับชุมชนคูคลองกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผลการดำเนินงานอาคารสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำคูคลองในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล ข้อมูลภูมิสารสนเทศสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำคูคลองในกรุงเทพฯและปริมณฑล การบริหารจัดการน้ำในเขตเมือง เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัย

การพัฒนาเมืองและระบบขนส่งที่ยั่งยืนในมิติด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาเมืองและระบบขนส่งที่ยั่งยืนในมิติด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม


วันที่ 15 กรกฎาคม 2557 ณ ห้องประชุมมูลนิธิ CPWI

        "เมื่อเมืองขยายตัวเร็วมากๆ สิ่งที่ตามมาคือการดูดคนเข้ามามากขึ้น ทั้งระดับแรงงาน ระดับมันสมอง ฯลฯ จึงเกิดการแย่งชิงพื้นที่รอบนอก เนื่องจากมีราคาถูก แต่มีอุปสรรคในการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง เพราะไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพตามพื้นที่รอบนอก ดังนั้นจึงมีความจำเป็น ต้องซื้อรถยนต์ส่วนตัว จึงเกิดปัญหาจราจรติดขัด" บางส่วนจากเวทีวิชาการเรื่อง "การพัฒนาเมืองและระบบขนส่งที่ยั่งยืนในมิติด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม" โดย รองศาสตราจารย์ ดร. จำนง สรพิพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ถอดความและเรียบเรียง การพัฒนาเมืองและระบบขนส่งที่ยั่งยืนในมิติด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม Powerpoint การพัฒนาเมืองและระบบขนส่งที่ยั่งยืนในมิติด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม Panel of Urban Expert: การพัฒนาเมืองและระบบขนส่งที่ยั่งยืนในมิติด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม

มองเมืองจากมุมมองนักผังเมือง

มองเมืองจากมุมมองนักผังเมือง


วันที่ 19 มิถุนายน 2557 ณ ห้องประชุมมูลนิธิ CPWI

        การสร้างเมืองที่ดีควรมีการวางแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน (SOD: Strong Statement of Direction) ซึ่งแผนดังกล่าวได้มาจากการวิเคราะห์ รวบรวมปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่ ทั้งนี้การพัฒนาสู่ความเป็นเมืองที่ดีนั้นต้องคงไว้ซึ่งวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม ต้นน้ำ ป่าไม้ ที่ยังต้องใช้จนถึงรุ่นลูกหลานสืบไป
ถอดความและเรียบเรียง Powerpoint Panel of Urban Expert: มองเมืองจากมุมมองนักผังเมือง

การบริหารจัดการเรื่องเมืองสีเขียวของจีน

การบริหารจัดการเรื่องเมืองสีเขียวของจีน


วันที่ 18 มิถุนายน 2557 ณ ห้องประชุมมูลนิธิ CPWI

        คุณมิ่งขวัญ กิ่งมิ่งแฮ มัคคุเทศก์ชาวจีนได้ยกตัวอย่างการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่โดดเด่นของเมืองหางโจว มณฑลซีหูในประเด็นการฟื้นฟูสภาพทะเลสาบซีหูที่เน่าเสียให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยม อีกทั้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 2011 และนอกจากนี้เมืองหางโจวยังมีการจัดทำโครงการเมืองจักรยาน เพื่อแก้ไขปัญหารถติด ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของโครงการเมืองจักรยานให้กับเมืองใหญ่อื่นๆในประเทศจีนต่อมา
สรุปประเด็นเวที มิ่งขวัญ กิ่งมิ่งแฮ Panel of Urban Expert: การบริหารจัดการเมืองสีเขียวของจีน

อุดมการณ์ในการขับเคลื่อนความเป็นเมืองแห่งอนาคต

ความคิดและข้อเสนอในการขับเคลื่อนความเป็นเมือง


วันที่ 17 มิถุนายน 2557 ณ ห้องประชุมมูลนิธิ CPWI

        ความเป็นเมืองที่ปรากฏในซีกโลกแถบตะวันออกนั้นมีความเฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งศักยภาพของท้องถิ่นที่มีความสำคัญ อีกทั้งเสนอให้มีกลุ่ม “ผู้สร้างบ้านแปงเมือง” ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ อันจะเป็นผู้ที่เข้าใจ “เมือง”ของตน มีการ่วมเชิดชูให้คนกลุ่มนี้รักบ้านรักเมือง ภูมิใจใฝ่หาความรู้และนำไปสู่การพัฒนาเมืองอย่างแท้จริง
ถอดความและเรียบเรียง อ.เอนก คลิปเสียง อ.เอนก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>