การสร้างธรรมาภิบาลของเมือง ความท้าทายที่ทั่วโลกเผชิญ

         ในวันที่พื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกเปลี่ยนจากชนบทสู่เมือง มิได้มีเฉพาะความทันสมัยและความสะดวกสบายเท่านั้นที่เกิดขึ้น แต่เมืองจำนวนมากยังต้องเผชิญกับปัญหาหลากหลายที่ขัดขวางการพัฒนา ทั้งความไม่เท่าเทียมในสังคมและบริการสาธารณะที่ไม่ทั่วถึง รวมไปถึงมลพิษทางสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ บรรดาเมืองใหญ่และมหานครในปัจจุบันจึงมีล้วนมีความหวังที่จะมุ่งสู่การเป็นเมืองน่าอยู่มากขึ้น

        รายงานของ Metropolis Observatory ได้อธิบายถึงแนวโน้มและทิศทางของมหานครทั่วโลกซึ่งให้ความสำคัญกับการปฏิรูปและขับเคลื่อนโครงสร้างธรรมาภิบาลเพื่อนำไปสู่การวางแผนประสานงานและการจัดบริการสาธารณะที่มีคุณภาพโดยจะต้องขจัดความขาดแคลนต่างๆ ให้หมดไปทั้งด้านที่อยู่อาศัย การศึกษา สาธารณสุข อาหารและพลังงาน นอกจากนี้รายงานวิจัยของ Mariona Tomàs ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบาเซโลน่ายังยกให้เมืองเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการพัฒนา ผู้นำเมืองจะต้องสร้างและขยาย “วิสัยทัศน์เมือง” ให้เป็นแนวทางการวางแผนและสร้างระบบบริหารจัดการที่ดี ตัวแบบใหม่นี้เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดความแตกแยกและความไม่เท่าเทียมระหว่างคนกลุ่มต่างๆ ในเมืองลงได้ อย่างไรก็ดี Tomàs ได้เน้นย้ำถึงความท้าทาย 4 ประการที่ควรพิจารณาในการสร้างธรรมาภิบาลของเมือง อันได้แก่

         การกำหนดหน้าที่ เท่าที่ผ่านมา แผนพัฒนาเมืองส่วนใหญ่มักมุ่งไปที่ Hard Policy หรือนโยบายที่เน้นเฉพาะการสร้างหรือพัฒนาเชิงวัตถุ อย่างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งสาธารณะ มากเป็นพิเศษ ขณะที่แผนดังกล่าวให้ความสำคัญกับ Soft Policy หรือนโยบายพัฒนาเชิงโครงสร้างในระยะยาวน้อยลงไป เช่น นโยบายการศึกษา สาธารณสุข บริการสาธารณะ ปัจจุบันรัฐบาลท้องถิ่นหรือผู้กำหนดนโยบายจึงประสบปัญหาในการสร้างสมดุลของการพัฒนาทั้งสองด้านอยู่ไม่น้อย

         การระดมทุน ประเด็นเรื่องงบประมาณนับเป็นปัญหาสำคัญอีกหนึ่งประการที่เมืองต้องเผชิญ เนื่องจากเงินทุนที่รัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละเมืองหามาได้มีจำนวนไม่เพียงพอสำหรับการแก้ปัญหาทั้งหมดของเมือง อีกทั้งงบประมาณส่วนใหญ่ยังเป็นทุนที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลส่วนกลางจึงทำให้มีข้อจำกัดในการนำไปใช้ประโยชน์มากกว่าเงินที่ท้องถิ่นระดมทุนมา ด้วยตนเอง โดยมหานครลอนดอนเป็นตัวอย่างหนึ่งของเมืองที่ยังคงพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลส่วนกลางในระดับสูงซึ่งการสนับสนุนดังกล่าวได้กลายเป็นดาบสองคมที่ฉุดรั้งการพัฒนาเมืองไปในเวลาเดียวกัน เครื่องมือทางการคลังรูปแบบใหม่จึงเป็นความหวังที่จะช่วยปฏิรูปให้เมืองมีระบบการระดมทุนที่มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

        การมีส่วนร่วมของคนเมือง ที่มาของบุคลากรซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการท้องถิ่นซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันโดยปกติแล้วจะมิได้มาจากการเลือกตั้งทางตรงของคนในพื้นที่หรือหากมีก็อยู่ในสัดส่วนที่น้อยมาก กรณีดังกล่าวสะท้อนปัญหาในเรื่องการระบุตัวตนในฐานะพลเมืองของคนในพื้นที่ซึ่งมีบทบาทในการกำหนดชะตาเมืองของตนเองน้อยเกินไป ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการทบทวนถึงข้อบกพร่องเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วม และสร้างวิธีการที่จะช่วยให้คนรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของเมือง เป็นเจ้าของเมือง มีบทบาทในฐานะพลเมืองอย่างแท้จริง

        การประสานความร่วมมือระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อุปสรรคใหญ่ที่กีดขวางการพัฒนาระบบบริหารจัดการและธรรมาภิบาลของเมืองในปัจจุบันคือการขาดความร่วมมืออันดีและการสนับสนุนระหว่างภาคส่วนที่ทำงานคู่ขนานกัน เช่น หน่วยงานระดับเทศบาล ระดับจังหวัด รวมไปถึงหน่วยงานการปกครองระดับภูมิภาค สิ่งที่จะเอาชนะอุปสรรคนี้ได้คือ การเริ่มต้นสร้างการยอมรับและการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางซึ่งเป็นหน่วยงานสูงสุดที่มีอำนาจออกกฎหมายควบคุมและกำหนดขีดความสามารถในการบริหารจัดการของเมือง การเปลี่ยนท่าทีของรัฐบาลจะนำไปสู่นโยบายและแนวทางปฏิบัติสำหรับหน่วยงานในระดับที่ลดหลั่นลงมาจนถึงท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็ควรขยายความร่วมมือไปยังภาคเอกชนโดยเปิดโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายของเมือง ข้อเสนอดังกล่าวจะช่วยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละฝ่ายมีพื้นที่ในการร่วมสร้างความก้าวหน้าและจัดการกับความท้าทายที่ต้องเผชิญร่วมกัน

        แม้เมืองแต่ละเมืองจะมีขั้นตอนการพัฒนาและพลวัตในบริบทที่แตกต่างกันไป แต่ก็มิอาจปฏิเสธได้ว่า การพัฒนาของทั้งเมืองเล็กและเมืองใหญ่ต่างอยู่ภายใต้ระบบการเมืองการปกครองของรัฐด้วยกันทั้งสิ้น เมืองของไทยก็เช่นกัน ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง ในฐานะหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อการพัฒนาอนาคตของเมืองจึงเห็นว่าบทวิเคราะห์ที่ได้จากรายงานวิจัยดังกล่าวในประเด็นความท้าทายทั้ง 4 ประเด็น ถือเป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่ไม่ใช่เฉพาะปัญหาของเมืองในต่างประเทศเท่านั้น ทว่าเมืองของไทยก็เผชิญกับอุปสรรคด้านการบริหารเหล่านี้ด้วยเช่นกัน ข้อเสนอแนะที่ได้จากงานวิจัยดังกล่าวจึงนับเป็นบทเรียนที่เป็นประโยชน์ซึ่งภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะสามารถเรียนรู้และนำมาปรับใช้เพื่อพัฒนาระบบธรรมาภิบาลให้เติบโตไปพร้อมกับเมืองได้อย่างเหมาะสม

แปลและเรียบเรียงโดย จุฑามาศ พูลสวัสดิ์

อ้างอิง


- Hatch, D. (2016). Four Challenges to Metropolitan Governance. Citiscope. Retrieved from http://citiscope.org/story/2017/four-challenges-metropolitan-governance

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>