แม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง กับโอกาสการพัฒนา หลั่นล้าอีโคโนมี

โดย คุณอุดม สุวรรณพิมพ์
รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ถอด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
เรียบเรียงโดย จุฑามาศ พูลสวัสดิ์
ผู้ช่วยวิจัย ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต


        อำเภอเถินเป็นพื้นที่ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับ 4 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย ตาก แพร่ และลำพูน เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางถนนสายเอเชียกรุงเทพฯ - ลำปาง บ่อยครั้งได้ถูกใช้เป็นเส้นทางลัดเพื่อเดินทางผ่านไปยังจังหวัดอื่นของภาคเหนือโดยไม่ต้องเข้าไปยังตัวจังหวัดลำปาง ทั้งยังตั้งอยู่ห่างจากท่าอากาศยานลำปาง และท่าอากาศยานศรีสัชนาลัย อำเภอเถินจึงนับเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการคมนาคมที่ดีอีกแห่งหนึ่งของภาคเหนือ

        ด้านประวัติศาสตร์ อำเภอเถินเป็นเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชาติในเรื่องของการเคยเป็นที่ตั้งทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ ทั้งยังเคยเป็นสถานที่พักพระศพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชระหว่างการเคลื่อนย้ายกลับสู่เมืองพิษณุโลก บริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดภูนเรศในปัจจุบันจึงมีการจัดบวงสรวงขึ้นเป็นประจำทุกปี นอกจากนั้น อำเภอเถินยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาที่สำคัญ อาทิ วัดเวียง วัดแฝดของวัดพระธาตุลำปางหลวง วัดถ้ำสุขเกษมสวรรค์ ที่ประดิษฐานของโบสถ์ไม้สักทอง และยังเป็นต้นกำเนิดของ แก้วโป่งข่าม หินแร่ที่นิยมนำมาทำเครื่องประดับซึ่งมีชื่อเสียงด้านความอยู่ยงคงกระพัน


รู้จักแม่มอก

         แม่มอก เป็นหนึ่งในตำบลซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเถิน มีพื้นที่ประมาณ 1.6 แสนไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 12 ของพื้นที่เถินทั้งหมด มีประชากร 5,799 คน หรือราว 1,400 หลังคาเรือน ป่าแม่มอก ถือเป็นแหล่งโอโซนที่สำคัญอันดับต้นของประเทศ และเป็นป่าสมุนไพรที่มีความอุดมสมบูรณ์ ในอดีต แม่มอกเคยเป็นแหล่งค้าไม้ที่สำคัญของภาคเหนือ ปัจจุบันจึงกลายมาเป็นพื้นที่ป่าที่สำคัญของประเทศ มีป่าที่เรียกว่า ป่าดงกุเลย อาณาเขตประมาณ 1,200 ไร่ เป็นที่ตั้งของพื้นที่อนุรักษ์ไม้สักทองธรรมชาติ มีน้ำตกแม่มอกและลำน้ำแม่มอกเป็นแหล่งต้นน้ำ ปลายทางน้ำสิ้นสุดที่อ่างเก็บน้ำแม่มอก ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ จึงทำให้ชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเพื่อการบริโภคไปจนถึงการทำเกษตรกรรมได้ตลอดทั้งปี เช่น การเก็บผักกูดที่มีจำนวนมากมาประกอบอาหาร การจับปลาและหอยขมในฤดูน้ำหลาก การใช้น้ำทำนาปรังและแหล่งเพาะพันธุ์ปลา

         ด้วยความเป็นบ้านไม้เมืองไม้ ประชาชนชาวแม่มอกจึงนิยมปลูกสร้างบ้านเรือนโดยใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก ในอดีต หากจะสร้างบ้าน ชาวบ้านจะเข้าป่าไปเพื่อทำเครื่องหมายกากบาทเลือกไม้ที่จะนำมาใช้เป็นเสาและโครงสร้างบ้าน จากนั้นจะไหว้วานคนในชุมชนให้ไปช่วยกันตัดไม้ดังกล่าวมา ด้วยเหตุนี้บ้านของชาวแม่มอกกว่าร้อยละ 70 จึงถูกสร้างโดยแทบจะไม่มีค่าใช้จ่ายด้านแรงงานและการออกแบบ ทั้งยังมีขนาดใหญ่และส่วนมากสร้างด้วยไม้สักที่มีมูลค่าสูง อย่างไรก็ดี สภาพสังคมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันทำให้บรรดาบ้านไม้หลังใหญ่ในชุมชนแม่มอกมีเพียงผู้สูงอายุอาศัยอยู่ กระทั่งบางหลังก็ถูกปิดไว้ไม่มีผู้อาศัย เนื่องจากคนวัยหนุ่มสาวต่างย้ายไปทำงานในเมืองกันมากขึ้น


         วิถีชีวิตของชาวแม่มอกจะมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมพระพุทธศาสนาอยู่ตลอด ผู้สูงอายุในชุมชนจะมีความตื่นตัวในการเป็นผู้นำทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การชักชวนคนหนุ่มสาวและเด็กๆ เข้าวัดทำบุญ การประกอบประเพณีสลากภัตในช่วงเข้าพรรษา การเส้นไหว้แม่โพสพในฤดูทำนา การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมบุญทั้งหมดมักจะได้รับความร่วมมือในการเข้าร่วมอย่างดีจากคนทุกเพศทุกวัยเสมอจนกลายมาเป็นจุดแข็งด้านต้นทุนทางสังคมของชุมชน


ธรรมชาติแม่มอก สมบัติชิ้นสำคัญ

        จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของแม่มอกคือทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ อากาศที่บริสุทธิ์ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นในเรื่องของเกษตรอินทรีย์ ปัจจุบันแม่มอกมีผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นเกษตรอินทรีย์เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ออแกนิก ถั่วลิสง ถั่วเหลือง กาแฟอาระบิกา กระเทียม โดยเฉพาะข้าวไรซ์เบอร์รี่และกระเทียมซึ่งได้รับความนิยมจนผลิตไม่พอจำหน่าย ประกอบกับมีการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน ปลูกพืชพันธุ์หลากหลายในพื้นที่ จึงทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์และเกษตรกรมีรายได้ตลอดปี ขณะเดียวกัน สมุนไพรก็เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อให้แก่แม่มอกจนมีการก่อตั้งสหกรณ์การเกษตรสมุนไพรตำบลแม่มอก จำกัด ซึ่งควบคุมการผลิตโดยฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลเถิน ทำหน้าที่ผลิตยาสมุนไพรให้กับโรงพยาบาลของรัฐทั่วจังหวัดลำปาง เดิมทีสหกรณ์เน้นผลิตยาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ แต่ปัจจุบันเริ่มขยายมาสู่การผลิตเวชสำอางค์ด้านความงามมากขึ้น เช่น สบู่ แชมพู เป็นต้น

         ด้วยเหตุที่คนแม่มอกตระหนักดีว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องรักษาไว้ จึงนำมาสู่การผลักดันให้แนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของแม่มอกถูกสอดแทรกไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาทุกแห่งในพื้นที่ โรงเรียนต่างๆ จะมีการจัดการเรียนการสอนวิชาดังกล่าวในสถานที่จริง คือ บริเวณเขียงนา แม้แต่การเดินทางไกลของลูกเสือ ก็จะเดินตามเส้นทางการอนุรักษ์



ความร่วมมือในการพัฒนาแม่มอกโดยคนแม่มอก

        ปัจจุบันคนในพื้นที่เริ่มมีการรวมกลุ่มพัฒนาแม่มอก ประกอบด้วยสมาชิกประมาณ 10 คน ตลอดทั้งยังมีกลุ่มย่อยอื่นๆ อีก โดยลักษณะการรวมกลุ่มจะเป็นแบบหลวม เน้นการระดมความร่วมมือผ่านกิจกรรมการทำบุญซึ่งคนแม่มอกคุ้นเคย มีเป้าหมายในการทำกิจกรรมจิตอาสาโดยไม่หวังผลตอบแทน หลักคิดพื้นฐานที่ทำให้คนแม่มอกลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวเพื่อการพัฒนาดังกล่าวคือการมองว่า "หากคนในพื้นที่ไม่ลงมือทำ แล้วใครจะทำ" ทั้งนี้ วิสัยทัศน์ที่สำคัญสำหรับการพัฒนาแม่มอกในขณะนี้อยู่ที่การเชื่อมโยงให้การทำดีเพื่อชุมชนเป็นการทำดีที่กินได้ กล่าวคือ การทำประโยชน์แก่ชุมชนจะเป็นประโยชน์ต่อปากท้องของคนแม่มอกไปในเวลาเดียวกัน ตลอดทั้งต้องเร่งสร้าง “ผู้สร้างบ้าน แปงเมือง” เพื่อให้การความเจริญของพื้นที่เกิดขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของคนแม่มอก และเป็นเจ้าของโดยคนแม่มอก มิใช่ให้ชาวบ้านเป็นเพียงยามเฝ้าประตูที่เฝ้ามองนายทุนตักตวงประโยชน์จากทรัพยากรและวัฒนธรรมของพื้นที่ซึ่งสั่งสมมาหลายชั่วอายุคนดังที่เคยเกิดขึ้นกับเมืองหลายแห่งของไทย

         เป้าประสงค์ประการหนึ่งของการพัฒนาแม่มอกคือการสร้าง เศรษฐกิจเพื่อสังคม (Social Economy ที่เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ต้นทุนด้านทรัพยากรและวัฒนธรรมที่แม่มอกมีอยู่ จากบ้านกว่า 1,400 หลังคาเรือนทั่วตำบลแม่มอก พบว่า มีบ้านไม้กว่าร้อยละ 15 ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยแต่ได้รับการดูแลอย่างดี จึงนับเป็นโอกาสที่คนแม่มอกจะสามารถแปลงทรัพยากรเหล่านี้ให้เป็นบ้านพักตากอากาศเพื่อรองรับการท่องเที่ยว และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยววิถีชุมชนโดยไม่ต้องพึ่งพานายทุนและทำลายสิ่งแวดล้อมไปมากกว่าเดิม ทั้งนี้ วิถีแม่มอกที่มีอากาศและธรรมชาติบริสุทธิ์ยังเป็นโอกาสต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่จะตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุในอนาคต นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์ที่เล่าขานกันว่าแม่มอกเป็นแหล่งเก็บสมบัติที่มีสิ่งลึกลับดูแลปกป้องอยู่ ตลอดจนตำนานเรื่องเล่า และวัฒนธรรมท้องถิ่นยังกลายมาเป็นจุดแข็งที่จะช่วยส่งเสริม หลั่นล้าอีโคโนมี ได้ด้วยเช่นกัน


        ทุกวันนี้ แนวคิดการพัฒนาท้องถิ่นโดยคนเถินและแม่มอกเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง โดยมีประชาชนกลุ่มจิตอาสาราว 40 คน ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกับชาวชุมชนแม่มอกเพื่อผลักดันตัวแบบการพัฒนาหลั่นล้าอีโคโนมี ภายใต้แนวทาง "ท้องถิ่นสร้างชาติ" ซึ่งโครงการแรกที่จะเริ่มขึ้นคือ การพัฒนาแม่มอกสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยการจัดสรรที่พักและบริการอย่างครบวงจรโดยการจัดการของชาวแม่มอกทั้งหมดเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ สำหรับการจัดการทรัพยากรบุคคล จะมีการแบ่งกลไกการทำงานออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ทีมอำนวยการ/ปรับปรุงงาน ทีมปฏิบัติงาน และทีมประสานงาน ซึ่งได้จากการระดมคนแม่มอกผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพด้านต่างๆ เช่น การทำอาหาร การนวด การบริบาลผู้สูงอายุ ฯลฯ มาร่วมบริหารจัดการและปฏิบัติงาน เพื่อมุ่งสู่จุดหมายปลายทางของการคืนคนสู่แม่มอกด้วยการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคง และสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ชาวบ้านเป็นเจ้าของทรัพยากรและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>