“แม่มอก” โมเดล: รักชุมชน รักท้องถิ่น ประดุจรักบ้านเมือง

เขียนโดย ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
ประธานที่ปรีกษา ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง
วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
ที่มา Fb เอนก เหล่าธรรมทัศน์ AnekLaothamatas


         สุดสัปดาห์ 24-26 พฤศจิกายน นี้ ผมกับคณะไปทอดผ้าป่าที่แม่มอก ซึ่งเป็นตำบล และเทศบาลในอำเภอเถิน จ ลำปาง ได้พลัง ได้กำลังใจ และปัญญากลับมาอย่างไม่คาดคิด ผมเชื่อมากขึ้นว่าประเทศไทยนั้นไปรอดแน่เพราะ มีคนดี เรื่องดี และโมเดลการพัฒนาดีๆ ที่ซ่อนเร้น หลบสายตาอยู่ไม่น้อยครับ แม่มอกทั้งเมือง มีถนนหลักเป็นสองช่องทางเส้นเดียว ลาดยางเรียบร้อย สองข้างทางมีแต่ต้นไม้และทุ่งนา มีวัวควายให้เห็นด้วย บริเวณนี้หากสูงขึ้นไปเรื่อยๆก็จะเป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำยม ซ่อนอยู่ในเทือกเขาที่คั่น อ เถิน ของลำปาง กับศรีสัชนาลัย ของสุโขทัย เป็นป่าสักงามผืนสุดท้ายของลำปางก็ว่าได้ ที่จริงจะว่า”หมดไป” เมื่อสิบกว่าปีมานี้ก็ว่าได้ แต่ แม่มอกที่เหลืออยู่ยังเพียงพอที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ต้นไม้ใหญ่ยังอยู่เขียวครึ้ม ต้นสักใหญ่โตและสูงลิ่วยังเหลือและจะเก็บรักษาไว้ให้เห็นกันตลอดกาลอยู่หย่อมหนึ่ง อ้อ อากาศที่นั่นเหมือนติดแอร์ เย็นเกือบทั้งปี แม้หน้าร้อนก็นอนไม่เปิดแอร์ได้ ยิ่งหน้าหนาวไม่ต้องพูดถึง เยียบเลยครับ มีน้ำตก มีทางน้ำ ไหลดี เสียงน้ำจ๊อกๆ ได้ยินทั่ว น้ำใสไหลเย็นทั้งปี มีผืนนา สูงๆต่ำ สวยงาม บนที่ราบ และไต่ขึ้นลงตามแนวดอย

        แม่มอกจัดเป็นพื้นที่แห่งหนึ่งที่งดงามไม่แพ้ที่ใดในภาคเหนือ แต่ยังบริสุทธิ์สดเขียว หลบเร้นสายตานักท่องเที่ยวอยู่ ใครที่ชอบอะไรสดใหม่และชาวเมืองชาวบ้านที่ใสซื่อ อาหารอร่อย ย่อมพลาดไม่ได้ บอกด้วยครับว่าบ้านเรือนจำนวนมากที่นั่นใช้ไม้สักใหญ่งามที่พวกชาวกรุงใฝ่ฝันอยากมี ก็ด้วยความที่ชาวบ้านยากจนมาก่อนนั่นเอง จึงอาศัยแต่ไม้สักที่ขึ้นตามธรรมชาติมาทำบ้าน ตอนนี้ชาวแม่มอก เช่นเดียวกับชนบทส่วนใหญ่ ไม่ใช่คน”บ้านนอก”อีกแล้ว ที่สำคัญพวกเขาหวลมารักถิ่นกำเนิดของเขา คล้ายกับที่รักชาติ เขารักถิ่นของเขาประดุจรักชาติบ้านเมือง ลุกขึ้นมาพึ่งตนเองและพึ่งกันเอง “สร้างบ้านแปงเมือง” กันยกใหญ่ ร่วมมือร่วมใจกันระดมทุนรอนจากภายในชุมชนเป็นหลัก ไม่ได้พึ่งพาเทศบาล ไม่ได้พึ่งพาราชการส่วนภูมิภาคหรือส่วนกลาง ไม่ได้พึ่งพิงนายอำเภอหรือปลัดอำเภอ มีทั้งชาวแม่มอกที่ยังอยู่ที่นั่นมาตลอด และชาวแม่มอกที่ออกจากถิ่น ไปแล้ว แน่นอนครับ แบบไทยเรา มีคณะผู้ก่อการจำนวนหนึ่งเป็นผู้ริเริ่ม ซึ่งคณะนี้คือชาวแม่มอกที่เป็นครูเก่าอาจารย์แก่ของโรงเรียน คือ พระสงฆ์คือพนักงานเทศบาลตำบลแม่มอก และข้าราชการของหลายกรมที่ทำงานอยู่ที่แม่มอก หรือใกล้ๆ แม่มอก ยังมี นักธุรกิจท้องถิ่น เอ็นจีโอ ด้วย ในส่วนของชาวแม่มอกที่ออกจากถิ่นไปแล้ว มีตั้งแต่ ตำรวจชั้นผู้น้อยที่ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ไปจนถึงสื่อมวลชนชั้นนำไปจนถึงดอกเตอร์หลากหลายสาขา



         สิ่งที่ร้อยรัดพวกเขาไว้ด้วยกันอย่างเหนียวแน่น ก็ คือมิตรภาพที่มีมาแต่เยาว์วัย เป็นเพื่อนนักเรียนเก่า เป็นคนในวัย 40-50 เป็นส่วนใหญ่ คบหาช่วยเหลือและชื่นชมในความสำเร็จของกันและกันมานาน แต่หลายปีมานี้พวกเขาครุ่นคิดและตระหนักว่า “พวกเราไปทำความเจริญให้คนอื่น ที่อื่นอย่างอื่น มาเยอะแล้ว” พวกเขาทำให้กรมและกระทรวง ทำให้พื้นที่ อำเภอและจังหวัดอื่นๆ มาแล้ว ทำให้ศาสตร์ให้ศิลป์ต่างๆมาพอแล้ว แต่ บัดนี้ ทำอย่างไร “เราจะหวลกลับมาสร้างแม่มอก บ้านเกิด“ บ้าง ให้แม่มอกรุ่งเรือง ยั่งยืน รักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าที่ใดๆ ไว้ สืบสาน ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และของดี ของเก่าให้คงอยู่ต่อไป ขาวแม่มอก ปัจจุบัน ห้าพันกว่าคน เป็นชาวเมืองแล้ว กระแส“นคราภิวัตน์” หรือ การกลายเป็นเมือง ไปถึงที่นั่นแล้วครับ ขอรายงาน เขารู้หนังสือกันทั้งตำบล และพูดไทยกลางกันได้คล่องแคล่ว รักชาติ ประกอบอาชีพกันหลากหลาย ไปรู้ ไปเห็น ไปทำงานที่กรุงเทพฯ และ ในต่างประเทศมาแล้ว ทุกครัวเรือนล้วนมีการศึกษา จะเป็นมัธยมต้น หรือปลาย ก็มี อาชีวะบ้าง วิทยาลัยบ้าง มหาวิทยาลัยบ้าง มีไม่น้อยที่จบปริญญาโท และที่จบจนถึงปริญญาเอกก็มีแล้ว ทุกครัวเรือนเดินทางไปไหนไกล สักนิด ก็ไม่เดินแล้ว ใช้จักรยาน จักรยานยนต์ มีรถปิคอัพใช้กันแทบทุกบ้าน หลายบ้านมีรถเก๋งใช้ ถึงเวลาที่พวกเขาจะมาร่วมสร้างหรือพัฒนาแม่มอกของเขาได้มากขึ้นแล้ว

        กล่าวกับท่านที่อยากจะเห็นบ้านเมืองเราแปรเปลี่ยนไปได้แบบไม่แตกหัก ผมเห็นลางดีนะครับ คณะที่กำลังระดมกันสร้างแม่มอกให้เป็นเมืองท่องเที่ยวนั้น ร่วมมือกับผู้ใหญ่บ้านและกำนันเป็นอย่างดี ไม่รังเกียจเดียดฉันท์เทศบาล และ อบจ พร้อมจะทำงานด้วย ทั้งไม่คัดง้างกับเอ็นจีโอ ให้เกียรติ และพร้อมหารือด้วย ชาวแม่มอกทำงานร่วมกับนายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ รัฐมนตรีท่องเที่ยวท่านใหม่ ถ้าท่านสนใจ ชาวแม่มอกฝากเรียนมาว่า ยินดีต้อนรับท่านอย่างอบอุ่นเสมอ ชาวแม่มอกไม่รังเกียจความทันสมัย และความสะดวกสบาย ยินดีทำงานกับนักธุรกิจท่องเที่ยวด้วย แต่พวกเขามีหลักการที่ว่าต้องทำถิ่นของเขาให้เป็นเศรษฐกิจพอเพียงด้วย ทำให้เป็นเศรษฐกิจเพื่อชุมชนและเพื่อท้องถิ่นให้เป็นหลัก พูดให้เก๋ เป็นฝรั่งว่า มุ่งทำ local and communitarian capitalism ให้เกิดขึ้น ทุกครัวเรือนต้องได้รับประโยชน์ ทำเพื่อให้เมืองแม่มอกเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนและรักษาของดีของเดิมไว้ได้มากที่สุด ไม่ปล่อยให้กลไกตลาด”เสรี” บั่นทอนครอบครัว ชุมชนและทรัพยากร หรือ บิดเบือนสังคมกับวัฒนธรรมชาวแม่มอกไปในทางลบ


         แม่มอกจัดงานท่องเที่ยวนี้อยู่สองวัน มีปั่นจักรยานชมธรรมชาติ ปั่นขึ้นเขาทางวิบาก ลากจูงจักรยานไปด้วย ไปจนถึงป่าต้นน้ำ เดินชมความสดเขียวของทุ่งนาขุนเขาและสายน้ำ คนแทบทั้งเมืองเข้ามาร่วม เป็นงานเทศกาล ขายอาหาร ขายของพื้นเมือง จัดหาบ้านพักให้ มีกระโจมฟางให้นอนด้วย กลางคืนจุดโคมสายสีสวยสดงดงามยาวเหยียดทั้งบริเวณงาน บรรยากาศราวกับเนรมิตรสวรรค์ยามค่ำคืนขึ้นมา มีดนตรีโฟล์กซองภาคเหนือ ดนตรีล้านนา การฟ้อนรำขับร้องแบบพื้นเมืองโบราณ แต่ ท่านครับ ลูกหลานชาวแม่มอกหน้าตาหล่อสวยทันสมัยแต่แต่งตัวพื้นเมือง ร้องได้ทั้งเพลงฝรั่ง เพลงไทย แต่งเพลงเอง เล่นกีต้าร์ด้วย ร้องด้วยดีดกีร์ต้าด้วย แม่มอกจะบอกให้ไม่”บ้านนอก” เลย ครับ ชนบทไทยกำลังทันสมัย เพรียบพร้อมแล้วที่จะรับแขกผู้มาเยือนจากข้างนอก อย่าง “มั่นใจ” ด้วยรสนิยมผสมผสานระหว่างชนบท-เมือง เก่า-ใหม่ ประสานกัน ทำให้ผู้มาเยือนสะดวกสบาย พร้อมๆ กับ ได้ชื่นชมขนบธรรมเนียมประเพณีเดิม ได้สัมผัสกับอุปนิสัยและการพูดคุยที่มีเสน่ห์และสันถวไมตรียิ่งของเจ้าบ้านเจ้าเมือง ยิ่งทีผมยิ่งตระหนักว่า กรุงเทพฯ เมืองใหญ่ และประเทศไทยนั้น ต้องขอบคุณ”บ้านนอก” ซึ่งก็คือ ชนบท หรือ เมืองขนาดเล็ก-ขนาดกลางที่รักษาของดีของเดิมให้เป็นสมบัติของชาติมากมาย

        งาน”หลั่นล้า”หนึ่งวันหนึ่งคืนนั้น มีนักท่องเที่ยวมาร่วมด้วยราวสองร้อยคน พักค้างคืนร่วมร้อยคน ทุกคนรักแม่มอก บอกจะกลับมาอีก ผมเองคำนวณค่าใช้จ่ายในการบริหารสร้างสรรค์และจัดการที่เป็นตัวเงินคงเป็นหลายแสน แต่ท่านครับ ไม่ได้ใช้งบประมาณเทศบาล อบจ อำเภอ จังหวัด หรือ การท่องเที่ยว เลยแม้แต่นิดเดียว ชาวแม่มอกแม้จะไม่รวย แต่เมื่อรวมกันแล้ว ทรัพยากรพวกเขามีไม่น้อยเลย ริเริ่มงาน”หลั่นล้า” ได้เลย วิทยาลัยรัฐกิจ ม รังสิต ที่มีผมนำไป ไปร่วมงานด้วย มีหลายสิบคน และเราร่วมกับอีกหลายองค์กร ทอดผ้าป่า นำเงินราวห้าแสนบาทไปช่วยชาวแม่มอกทำ”หลั่นล้าอีโคโนมี” ต่อไป แต่เงินนี้ไม่นำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานที่ผ่านมา


         ยิ่งไปกว่านั้น ครับ ยังมีคณาจารย์และเจ้าหน้าที่จากคณะแพทยศาสตร์ รพ รามาธิบดี มาช่วยแม่มอกฝึกนักบริบาลผู้สูงวัยให้มาอยู่ยาวฟื้นฟูสุขภาพที่นี่ในอนาคต แม่มอกรอรับสังคมผู้สูงวัยด้วย ทั้งหมดทั้งปวงนี้แม่มอกทำไปเพราะรักบ้านเกิด อยากสร้างบ้านเกิดให้วัฒนาสถาพร เป็นเมืองแม่มอกที่สมบูรณ์ ย้ำครับ ทำไปโดยไม่อาศัยราชการ ทำอย่างไม่เป็นทางการ ใช้เครือข่ายส่วนบุคคลและมิตรไมตรีเป็นหลัก อดคิดไม่ได้ครับ หรือ นี่จะเป็น หนทางใหม่ เป็นการปฏิรูปบ้านเมืองจากล่างขึ้นบน ประสานกันล่าง- กลาง - บน หรือนี่จะเป็นหน่ออ่อนของการบริหารบ้านเมือง คือเป็นรัฐประศาสนศาสตร์ แนวใหม่ หรือเปล่า ที่ไม่เน้นราชการ ไม่เน้นการเมือง ไม่เน้นกรม และ ไม่เน้น กระทรวง

        ในฐานะที่ช่วยทำแผนปฏิรูปการเมืองอยู่ในเวลานี้ อยากจะเสนอว่า การปฏิรูปที่เริ่มที่เมืองขนาดเล็กอย่างแม่มอก เริ่มจากความรักท้องถิ่น ท้องที่ หรือเมือง อาจเป็นอะไรที่ต้องเอามาคิดต่อ ทำต่อ เราควรดีใจว่าชาวบ้านชาวเมืองของไทยนั้น มีอะไรดีๆ รวมทั้งความคิด เก็บงำเอาไว้มากมาย เขาเก่งและสร้างสรรค์กว่าที่ใครคิด เขารักถิ่นฐานบ้านช่องกว่าที่เราคิด สมัครสมานกันมากกว่าที่คิด ทำงานร่วมกันได้เก่งมาก เขาไม่รังเกียจ ไม่ต่อต้าน เรา จากส่วนกลาง ถึงแม้ว่าเราจะมีจุดอ่อนและข้อบกพร่อง เพียงแต่เราอย่ารังแกเขา และอย่าดูเบาเขา ชื่นชมเขา สนับสนุนเขา “ปลดปล่อย” เขา แล้วท้องถิ่น หรือ บ้านเมือง ก็จะปฏิรูปได้อย่างแท้จริง การปฏิรูปที่แท้จริงนั้น ถึงที่สุด ต้องเริ่มที่ประชาชนรักถิ่นฐาน บ้านเมือง อยากเห็นบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า และพยายามเสียสละอุทิศตนให้บ้านเมืองด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>