รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร ผลการดำเนินงานงวดที่ 1 (เมษายน-กันยายน 2557)

        ในช่วงเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา แผนงานนโยบายสาธารณะเพื่อการพัฒนาอนาคตของเมือง(นพม.หรือ FURD) ได้ดำเนินงานกิจกรรมต่างๆ สรุปพอสังเขปดังนี้ 1. ศึกษารวบรวมองค์ความรู้เรื่องการพัฒนาเมืองทั้งไทยและต่างประเทศ 2. การจัดการความรู้ เรื่องเมือง 3. สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายการพัฒนาเมืองในภูมิภาค 4. พัฒนาโจทย์วิจัย ในการศึกษาเมืองในแต่ละพื้นที่ 5. สร้างทีมงาน FURD และพัฒนาระบบงาน

1. ศึกษารวบรวมความรู้เรื่อความเป็นเมืองทั้งไทยและต่างประเทศ

        สถานการณ์ความเป็นเมืองของไทยในภาพรวมและภูมิภาค ความเป็นเมืองของไทยนั้นดูจากจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาล มีข้อน่าสังเกตว่า ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 ความเป็นเมืองของไทยยังต่ำมากมีประชากรเมืองคิดเป็นร้อยละ 12.5 จากนั้นมีอัตราการเพิ่มอย่างช้าๆ จนกระทั่งมาถึงช่วงปี พ.ศ.2543 ความเป็นเมืองของไทยก้าวกระโดดอยู่ในอัตราร้อยละ 31.1 เนื่องมาจากประเทศไทยยกระดับเขตสุขาภิบาลมาเป็นเขตเทศบาล และข้อมูลที่มีการสำรวจสำมะโนประชากรล่าสุดปี 2553 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าประชากรในเมืองของไทยสูงถึงร้อยละ 44.1 (ดูรายละเอียดในรายงานสถานการณ์เมืองในภูมิภาคของไทย) ปัจจุบันประเทศไทยมีเมืองขนาดใหญ่ โดยพิจารณาจากการจัดขนาดของเทศบาล พบว่ามีเทศบาลนคร 32 แห่ง จำนวนประชากรและรายได้ของเทศบาลนคร ดูรายละเอียดในภาคผนวกของบทความนี้

        ภาคใต้โดยภาพรวมมีประชากรในเขตเทศบาลเมืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และเด่นชัดมากในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ได้แก่ เขตเทศบาลในจังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี สงขลาและพัทลุง หากพิจารณาเรียงลำดับตามสัดส่วนประชากรในเขตเทศบาลของแต่ละจังหวัดพบว่า ภูเก็ตและสงขลาจะอยู่ในอันต้นเสมอ รองลงมาคือยะลา ระนองและสุราษฎร์ธานี แต่ในช่วง 10 ปีหลัง พัทลุงเปลี่ยนลำดับอย่างก้าวกระโดดจากที่รั้งท้ายสุดในปี 2543 มาอยู่ในอันดับที่ 3 ในปี 2553 สำหรับความหนาแน่นของประชากรจะพบสูงในลำดับต้นๆ ในจังหวัดภูเก็ต ปัตตานี สงขลา และนครศรีธรรมราช แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า จังหวัดสุราษฎร์ที่มีจำนวนประชากรสูงที่สุดในภาคแต่ความหนาแน่นของประชากรกลับไม่อยู่ในลำดับต้น อีกประการหนึ่งความหนาแน่นของประชากรจะพบว่าเพิ่มขึ้นมากในจังหวัดที่อยู่ฝั่งอ่าวไทยคือ นครศรีธรรมราชและสงขลา (ดูรายงานสถานการณ์เมืองในภาคใต้และสงขลา)

        สำหรับพื้นที่สงขลา มีเมืองที่มีลักษณะเฉพาะโดดเด่นแตกต่างจากเมืองอื่นๆในสงขลาที่น่าสนใจ คือ เทศบาลนครสงขลา เป็นเมืองแห่งการศึกษา ศูนย์ราชการ แหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นเมืองแห่งการพาณิชย์ และเทศบาลเมืองสะเดา เป็นเมืองแห่งการค้าชายแดน และจังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่มีด่านการค้าชายแดนมาที่สุดถึง 3 แห่ง ได้แก่ ปาดังเบซาร์ สะเดา และบ้านประกอบ (ดูรายงานสถานการณ์เมืองในภาคใต้และสงขลา)

        ในระดับสากล มีหน่วยงานที่ทำการสำรวจ ประเมินเพื่อจัดอันดับเมืองใหญ่ต่างๆในโลก ด้วยตัวชี้วัดด้านต่างๆ ล่าสุดมีรายงานการศึกษา ของ Tim Moonen และ Greg Clark ได้รวบรวมตัวชี้วัดเมืองที่มีการจัดทำกันโดยสถาบันต่างๆในโลก รวมทั้งหมด 150 ตัว ซึ่งระยะเวลาที่นำมาใช้วัดของแต่ละตัวชี้วัดแตกต่างกันไป สำหรับตัวชี้วัดที่มีการนำมาใช้วัดเมืองใหญ่ในโลกทุกปีและได้รับความสนใจจากสื่อมาก ได้แก่ MORI Global Power Index , Global City Competitiveness เป็นต้น ตัวชี้วัดเหล่านี้มีพียงบางตัวชี้วัดที่เลือกเมืองในประเทศไทยเข้าไปจัดอันดับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะคัดเลือกเฉพาะกรุงเทพฯ มีข้อน่าสังเกตว่า เมืองใหญ่ในโลกที่ถูกประเมินด้วยตัวชี้วัดต่างๆและมักติดอันดับต้นๆหนึ่งในสามในเกือบทุกตัวชี้วัด คือ ลอนดอน นิวยอร์ก ปารีส โตเกียว (ดูความเป็นเมืองของไทยในเวทีโลก)

        วิถีชีวิตของคนเมืองในประเทศไทย มีข้อน่าสังเกตว่า เป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้นมีถึง 20 ล้านครัวเรือน แต่ขนาดครัวเรือนเหลือเพียง 3.3 คน ต่อครอบครัว กรุงเทพมีครอบครัวอาศัยในคอนโดมิเนียมสูงถึง 31% และยังพบว่ากรุงเทพเป็นสังคมที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ประชากรในกรุงเทพ 80% มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ หากพิจารณาจากกลุ่มคนพบว่า กลุ่ม Male Managers และ Optimistic Female Managers เป็นกลุ่มที่นำสังคมสู่การบริโภค ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ กระตือรือร้นในด้านแฟชั่นทำกิจกรรมทางสังคม ใส่ใจสุขภาพ ความงาม และพัฒนาตนเอง กลุ่ม Paternalists เป็นกลุ่มที่มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม มีธุรกิจเป็นของตนเอง มักอาศัยอยู่ใน shop house ไม่มีโอกาสทำกิจกรรมทางสังคมหรือพบปะผู้คน ส่วนกลุ่ม Freelance และ Male Clerksไม่กระตือรืนร้นในการบริโภค มักไม่มีเวลาว่าง ไม่คิดถึงชีวิตในระยะยาว กลุ่ม Freelance มักชอบอาศัยอยู่ใน shop house Male Clerks อาศัยอยู่บ้านเดี่ยว (ดูรายละเอียด วิถีชีวิตของคนเมืองในประเทศไทย: แนวโน้มใหม่)

2. การจัดการความรู้ เรื่องเมือง

        การจัดการความรู้เรื่องเมือง เป็นการถอดความรู้ที่มีอยู่ในสังคมไทยโดยเฉพาะความรู้ที่เป็นแนวคิด มุมมอง และประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิของไทย โดยแผนงานนพม. ได้ดำเนินการจัดเวที Panel of Urban Experts ในช่วง 6 เดือน ได้จัดเวทีทั้งหมด 5 ครั้ง ดังนี้

        - ความคิดและข้อเสนอในการขับเคลื่อนความเป็นเมือง โดย ศาสตราจารย์ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์

        - มองเมืองจากมุมมองนักผังเมือง โดย รองศาสตราจารย์ ดร. เอกรินทร์ อนุกูลยุทธธน

        - การพัฒนาเมืองและระบบขนส่งที่ยั่งยืนในมิติด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม โดย รองศาสตราจารย์ ดร. จำนง สรพิพัฒน์

        - การบริหารจัดการน้ำในเขตเมืองเพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัย โดย นายทนงศักดิ์ วิกุล

        - ประสบการณ์การอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองต่างๆของไทย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ยงธนิศร์ พิมลเสถียร

        ทั้งนี้ แผนงานนพม. ได้ถอดความและเรียบเรียงชุดความรู้จากเวที Panel of Urban Experts ของผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละท่าน ในเบื้องต้นได้จัดทำเป็นเอกสารเผยแพร่บนเว็บไซต์ FURD-RSU.ORG (ดูรายละเอียดใน ส่วนที่ 4) ในระยะถัดไปอาจจะนำเนื้อหาบางส่วนไปจัดพิมพ์เป็นหนังสือเผยแพร่ต่อไป

3. สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายการพัฒนาเมืองในพื้นที่

        การดำเนินงานของแผนงานนพม. ยังได้สำรวจองค์กรเครือข่ายที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองในพื้นที่ ทั้งนี้ ต้องการให้เกิดการเชื่อมประสานการทำงาน สร้างการเรียนรู้ร่วมกัน และเสริมศักยภาพระหว่างเครือข่าย ในเบื้องต้นแผนงานนพม.ได้ประสานและประชุมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ เครือข่ายคนใจบ้าน จ.เชียงใหม่ (คุณสามารถ สุวรรณรัตน์) เครือข่ายคืนความทรงจำสายบุรี จ.ปัตตานี (คุณอัชฮาร์ คุณอานัซ) เครือข่ายคืนความทรงจำ รือเสาะ จ.นราธิวาส (คุณรายิป) เครือข่ายคนรักสงขลา (คุณรังสีและดร.จเร) เครือข่ายภูมิปัญญาชาวบก สทิงพระ จ.สงขลา (ครูไพฑูรย์) เครือข่ายคลองแดน(ครูสายันต์)

        ในระยะถัดไป จะได้มีการประสานขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ และจัดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ข้ามพื้นที่ และขยายกรอบการทำงานให้กว้างขึ้น

4. พัฒนาโจทย์วิจัย ในการศึกษาเมืองในแต่ละพื้นที่

        นอกจาก แผนงานนพม.โดยทีมงานส่วนกลางได้ทำการรวบรวมองค์ความรู้และการจัดการความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิของไทยแล้ว แผนงานนพม.ยังได้สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาทีมงานนักวิจัยเรื่องการพัฒนาเมืองในพื้นที่อีกด้วย เพื่อให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ใหม่ และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงความเป็นเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในแต่ละภูมิภาค แผนงานนพม.ได้ประสานนักวิจัยรุ่นใหม่ในภูมิภาคเพื่อร่วมพูดคุยและพัฒนาโจทย์วิจัยร่วมกันยคนรักสงขลา (คุณรังสีและดร.จเร) เครือข่ายภูมิปัญญาชาวบก สทิงพระ จ.สงขลา (ครูไพฑูรย์) เครือข่ายคลองแดน(ครูสายันต์)

        - ภาคใต้ โดย ดร.สินาด ตรีวรรณไชย และทีม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

        - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย ดร.ปิยะพงษ์ บุษบง และทีม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

        - ภาคเหนือ โดยคุณสามารถ สุวรรณรัตน์ และทีม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

        - ภาคกลาง โดย ดร.รัฐพล อ้นแฉ่ง มหาวิทยาลัยศิลปากร และ ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล และทีม มหาวิทยาลัยรังสิต

        ในระยะถัดไป เมื่องานวิจัยได้เริ่มดำเนินงานและมีความก้าวหน้า แผนงานนพม.จะจัดให้มีเวทีนำเสนอความก้าวหน้างานวิจัยเพื่อให้เกิดเป็นเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิจัยข้ามพื้นที่ กับผู้ทรงคุณวุฒิของแผนงานนพม.และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง

5. จัดระบบองค์กร สร้างทีมงาน FURD และพัฒนาระบบงาน

        แผนงานนพม.ทำงานภายใต้ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต ออกแบบให้องค์กร ที่มีอิสระในการบริหารจัดการ คล่องตัว เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง

         รูปแบบการทำงาน ทีมงานของนพม.จะทำหน้าที่ ศึกษาทบทวน รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล จัดการความรู้ ประสานเครือข่าย และสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนประสานให้เกิดงานวิจัยในพื้นที่

        สำหรับงานประสานให้เกิดงานวิจัยในพื้นที่ แผนงานนพม.ออกแบบการบริหารงานวิจัยดังนี้

        1. ขั้นตอนการพัฒนาโจทย์วิจัย

        2. ขั้นตอนการนำเสนอข้อเสนอโครงการ

        3. ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย

        4. ขั้นตอนกาส่งร่างรายงานฉบับสมบูรณ์

        5. ขั้นตอนส่งรายงานฉบับสมบูรณ์

        6. ขั้นตอนการสื่อสารและเผยแพร่งานวิจัย

        ในแต่ละขั้นตอน แผนงานนพม.จะเรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากคณะกรรมการกำกับทิศทางและผู้ทรงคุณวุฒิอื่นๆ ตามความเหมาะสมของโครงการ ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะทางวิชาการ เพื่อให้งานวิจัยมีคุณภาพ

        นอกจากนี้ แผนงานนพม.ได้ให้ความสำคัญกับการสื่อสาร โดยใช้ Multimedia ซึ่งขณะนี้ แผนงานนพม.ได้จัดทำเว็บไซต์ furd-rsu.org ให้เป็นแหล่งรวมข้อมูล ติดตามสถานการณ์เรื่องเมือง และสื่อสารสาธารณะ และจัดทำ facebook เพื่อเชื่อมเครือข่ายและเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันได้จัดทำเป็น E-Newsletter ทุก 2 สัปดาห์เพื่อแจ้งความเคลื่อนไหวของงาน นพม. เพื่อให้สมาชิกและเครือข่ายได้ติดตามงานของนพม.อย่างสม่ำเสมอ

        ในระยะถัดไปแผนงานนพม.จะขยายเครือข่ายให้กว้างขวางขึ้น โดยจะเชื่อมประสานไปยังเครือข่ายเทศบาลนครและเทศบาลเมือง

ภาคผนวก

สัดส่วนประชากร
ความหนาแน่นประชากร
จำนวนประชากร
ความหนาแน่นประชากรของเทศบาลนคร
รายได้รวม
รายได้ต่อหัว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>